วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

++อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

เขาวัง จังหวัดเพชรชบุรี




เขาวัง – อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี เขาวัง คือชื่อที่ชาวเพชรบุรีและคนทั่วไปเรียกขานเขาสามยอดที่ตั้งอยู่บริเวณทางแยกเข้าเมืองเพชรบุรี  เป็นการเรียกเนื่องจากบนภูเขาลูกนี้เป็นที่ตั้งของพระราชวังซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้น และตั้งชื่อพระราชวังแห่งนี้ว่า “พระนครคีรี” เดิมทีเขาลูกนี้ชื่อว่าเขาสมน(สะ-หมน) หรือสมณ เมื่อสร้างพระนครคีรีเสร็จแล้วได้พระราชทานนามใหม่ว่า “เขามหาสวรรค์”  โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2402 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อวนที่ 12 พฤษภาคม 2405


พระนครคีรี (เขาวัง)จัดเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างสูง  และทางราชการได้ประกาศให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี  รวมเนื้อที่ 8,500 ไร่ และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี  จังหวัดเพชรบุรีได้จัดงานพระนครคีรี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพระราชวังที่มีค่าทางประวัติศาสตร์  ตั้งแต่ปี 2529  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยจะจัดขึ้นในวันศุกร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี รวม 10 วัน  10 คืน  โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตราธิราชไทย  รัชกาลที่ 4  รัชกาลที่ 5  รัชกาลที่ 6  ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบุรีให้เป็นที่แพร่หลายมากขึ้น 

ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีได้ทุกวัน  โดยอาจจะเดินขึ้นทางด้านหน้า หรือ อาจจะใช้รถรางไฟฟ้า  ซึ่งสะดวกและปลอดภัย  โดยจ่ายค่าบริการขึ้น - ลง ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท

 สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี  โทร. 0 - 3240 - 1006  , 0 - 3242 – 5600


รูปภาพสำหรับเขาวัง



พระนครคีรี (เขาวัง). ในเมื่อผ่านมาแล้วก็ต้องแวะขึ้นไปชมความงามกันสักหน่อย



เขามหาสวรรค์ แต่คนทั่วไปเรียกนิยมเรียกกันว่า เขาวัง



เขาวัง



มาเที่ยวเขาวัง จ่ายค่านั่งรถราง 30 บาท และค่าเข้าชมวัง 20 บาทสำหรับคนไทย



 ปราสาท พระที่นั่ง และ พระปรางแดง เขาวัง




บนเส้นสายของทางเดินปูอิฐแดงของเขาวัง



เดิมทีเดียวเขาวังมีชื่อว่า เขาคีรี



เขาวัง จ.เพชรบุรี



เทื่ยวเขาวัง อ.เมือง จ. เพชรบุรี



 ลาวเรียกดอกจำปา บางต้นมีอายุหลายสิบปี



ลิงที่อยู่เขาวัง(ไม่ค่อยซนเท่าไร)



 "เขาวัง" โบราณสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรี



เขาวังมีสามยอด ยอดกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร


           














วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

พิณลานาง

++Phra That Phanom

 พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม







พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นเจดีย์สำคัญของภาคอีสาน (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ชาวไทยในภาคอีสาน ตลอดจนบริเวณฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงตอนใกล้เคียง เรียก "พระเจดีย์" ว่า "พระธาตุ" เช่น พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร พระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย และพระธาตุเรณู ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระธาตุพนม พระธาตุเหล่านี้ สร้างเป็นพระเจดีย์รูปสี่เหลี่ยม ตั้งแต่ฐานขึ้นไป และพระธาตุพนม มีอายุเก่าแก่และงดงามกว่าพระธาตุองค์อื่น ๆ

         

พระธาตุพนม ประดิษฐานในวัดพระธาตุพนม ซึ่งมีทำเลเป็นโคกสูงกว่าบริเวณเดียวกัน เรียกว่า "ภูกำพร้า" บางแห่งเรียกว่า "ภูก่ำพร้า"  ในเขตอำเภอธาตุพนม  จังหวัดนครพนม หน้าวัดมีซุ้มประตูใหญ่ 1 แห่ง และประตูเล็ก 2 แห่ง บนประตูมีรูปโทณพราหมณ์ กำลังตวงพระบรมธาตุด้วยทะนานทอง  เมื่อเข้าไปภายในวัดจะถึงพระอุโบสถ และวิหารคต จึงถึงองค์พระธาตุพนมจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย    

  

พระธาตุพนมองค์นี้ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง  แต่ในตำนานแห่งพระธาตุพนม กล่าวว่า พระยาสุวรรณพิงคละ พระยาคำแดง พระยาอินทปัตถะนคร  พระยาจุลนีพรหมทัต  พระยานันทเสน ช่วยกันสร้างขึ้น ตามคำแนะนำของพระมหากัสสปเถระ เมื่อ พ.ศ. 8 และในตำนานเล่มเดียวกันนี้ได้เล่าถึงวิธีการสร้างไว้ว่า  องค์พระธาตุพนมได้ก่อขึ้นด้วยแผ่นอิฐดินดิบ  และอนุญาตให้ชาวบ้านนำข้าวของเงินทอง มาบรรจุไว้ภายใน แล้วสุมไฟเผาทั้ง 4 ด้าน เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน พออิฐสุกและเย็นลงดีแล้ว ก็ได้นำพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้ามาบรรจุไว้ภายใน

  ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีหลายท่าน ลงความเห็นใกล้เคียงกันว่า พระธาตุพนมได้สร้าง เมื่อประมาณ 1,200 ปีมาแล้ว และสร้างด้วยอิฐเผา ไม่อิฐดิบสลัีกเป็นลวดลายวิจิตรพิสดาร การก่อสร้างประณีตสวยงาม ได้รับการบูรณะ จากกษัตริย์ผู้ครองนครเวียงจันทน์ และทางบ้านเมืองของไทยเสมอมา ชาวท้องถิ่นเคารพบูชาพระธาตุแห่งนี้ ทุกคนช่วยกันรักษาดูแลอย่างดีที่สุด องค์พระธาตุพนมสูง 52 เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 11.25 เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำหนัก 10 กิโลกรัม

ผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีหลายท่าน ลงความเห็นใกล้เคียงกันว่า พรธาตุพนมได้สร้าง เมื่อประมาณ 1,200 ปีมาแล้ว และสร้างด้วยอิฐเผา ไม่อิฐดิบสลัีกเป็นลวดลายวิจิตรพิสดาร การก่อสร้างประณีตสวยงาม ได้รับการบูรณะ จากกษัตริย์ผู้ครองนครเวียงจันทน์ และทางบ้านเมืองของไทยเสมอมา ชาวท้องถิ่นเคารพบูชาพระธาตุแห่งนี้ ทุกคนช่วยกันรักษาดูแลอย่างดีที่สุด องค์พระธาตุพนมสูง 52 เมตร ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 11.25 เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำหนัก 10 กิโลกรัม
งานไหว้พระธาตุพนม ระหว่างวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 3 รวม 7 วัน 7 คืน มีพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและชาวลาว เดินทางไปร่วมงานบุญนี้อย่างเนืองแน่น และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงถวายดอกไม้เงินทองมาเป็นพุทธบูชาทุกรัชกาล





เกี่ยวกับพระธาตุุพนม





พระครูวิโรจน์รัตโนบล ผู้นำในการบูรณะพระธาตุพนมในครั้งนั้น 
ไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะโอกาสที่ท่านผู้อ่านจะไปค้นหาประวัติเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก





การบูรณะพระธาตุพนมในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ โดยพระครูวิโรจน์รัตโนบล 
หรือ พระครูดีโลด เป็นการบูรณะครั้งที่ ๕ โดย “ได้เริ่มบูรณะแต่
เดือนอ้าย ขึ้น ๑๔ ค่ำ จนถึงเดือน ๓ เพ็ญ



บันทึกการบูรณะพระธาตุพนม หลังจากหลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล และศิษย์มาพักจำพรรษาในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ แล้ว ก็ได้มีการบูรณะพระธาตุพนมอย่างจริงจังขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ (การบูรณะครั้งที่ ๕)



สมัยผ่านมาถึงกึ่งพุทธกาล ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2500 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11 ปีระกา 
ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีสอง มีฝนตกหนักมากในตัวอำเภอธาตุพนม 



พระยานครพิชิตธานี พร้อมด้วยท้าวพระยาในท้องถิ่นได้บูรณะพระธาตุพนม 
และสร้างกำแพงแก้วล้อมรอบพระธาตุ รวมทั้งสร้างถาวรวัตถุอื่นๆ อีกด้วย 
ตอนท้ายได้สาปแช่งผู้ถือสิทธิ์ครอบครอง ทำลายทานวัตถุ



ประติมากรรมรูปสิงห์หรืออัจจมุขี พบที่วัดพระธาตุพนม ตามตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่า
 ได้สร้างรูปอัจจมุขีขึ้นไว้สองตัว อยู่ที่มุมทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือหนึ่งตัว



เสาอินทขีล ทำจากหินทราย ตามตำนานพระธาตุพนมกล่าวว่า พญาทั้งห้าผู้สร้างพระธาตุพนมในยุคแรก ได้ให้คนไปนมาจากที่ต่าง ๆ รวมกันสี่ต้น แล้วฝังไว้ในบริเวณรอบ ๆ องค์พระธาตุทั้งสี่มุม



พระธาตุพนมเป็นสถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า
 ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร



พระธาตุพนมจำลอง



พิธีถวายข้าวพืชภาคและค่าเสียหัว



อภินิหารแห่งองค์พระธาตุพนม



พยานาคราชผู้พิทักษ์พระธาตุพนม



สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม ตั้งอยู่เกาะกลางสระน้ำหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากองค์พระธาตุพนมประมาณ ๒๐๐ เมตร และห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขง 









++อุทยานแห่งชาติภูเรือ

ภูเรือ จังหวัดเลย





เมื่อไหร่ที่อากาศหนาวมาเยือนละก็เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากไปสัมผัสความหนาวเย็นสุดๆ ของอากาศบนดอยสูงทางภาคเหนือ หรือไม่ก็ภูสูงทางภาคอีสานอย่างแน่นอน นอกจากจะได้เจอกับอากาศที่หนาวเย็นแล้วยังมีวิวสวยๆ ดอกไม้งามๆ สีสันสดใส หมอกขาวๆ หรือถ้าโชคดีก็จะได้เห็นแม่คะนิ้งบนยอดหญ้าอีกด้วย

และสำหรับสถานที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวในหน้าหนาวทางภาคอีสานคงต้องยกให้กับภูกระดึงซึ่งครองตำแหน่งขวัญใจนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวมานานปี ทั้งความสวยงามของสถานที่และความประทับใจในการเดินขึ้นภูที่ต้องอาศัยความอึดพอสมควร แต่ระยะหลังก็มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใกล้ๆ ภูกระดึงสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่พร้อมจะสมบุกสมบันขึ้นภูสูงอย่างภูกระดึง สถานที่ท่องเที่ยวที่ว่านี้ก็คือ
 "ภูเรือ" นั่นเอง

ภูเรือ ตั้งอยู่ในจังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวที่สุดในประเทศไทย เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งขึ้นกับกรมป่าไม้ สามารถดูรายละเอียดการเดินทาง หรือติดต่อเรื่องที่พักได้จากเว็บไซต์ของทางอุทยาน และไม่ว่าจะเอาเต็นท์ไปกางเองหรือเช่าเต็นท์จากที่ทำการฯ ก็ตาม ควรโทร.ไปแจ้งเพื่อลงทะเบียนก่อนจะดีกว่าครับ
การเดินทางไปภูเรือค่อนข้างสะดวก เพราะรถขึ้นถึงลานกางเต็นท์เลยทีเดียว มีห้องน้ำ มีร้านค้าขายอาหาร ขายของเบ็ดเตล็ดอยู่ใกล้ๆ ถ้าเช่าเต็นท์จากอุทยานฯ จะมีถุงนอนให้ด้วย แต่แค่ถุงนอนคงต้านความหนาวไม่ไหว เพื่อการนอนหลับอย่างสบาย จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้พร้อม หรือไม่ก็ไปเช่าผ้าห่มจากร้านค้าก็ได้ อ้อ... ทางอุทยานฯ มีเตาถ่านให้เช่าด้วย และมีไม้ฟืนขายพร้อมสรรพ ส่วนถ้าอยากได้ถ่านก็ไปซื้อที่ร้านค้าอีกเช่นกัน

เมื่อไปถึงลานกางเต็นท์ควรไปลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่เสียก่อน เพื่อความสะดวกในการรับบริการต่างๆ ต่อจากนั้นก็จัดการเรื่องเต็นท์ให้เรียบร้อย แล้วจะนั่งพักหรือไปเที่ยวก็ตามแต่อัธยาศัย สถานที่ท่องเที่ยวบนภูเรือมีทั้งน้ำตก หน้าผา หินแปลกๆ เช่น น้ำตกห้วยเตย น้ำตกห้วยไผ่ น้ำตกหินสามชั้น ผาโหล่นน้อย หินวัวนอน หินพระศิวะ สวนหินเต่า ทุ่งหินเหล็กไฟ น้ำตกแก่งสุข ฯลฯ

ต้นสนบนภูเรือมีอยู่ทั่วไป รูปทรงที่แปลกประหลาดช่วยให้มองเพลินตาดีเหมือนกัน



น้ำตกช่วงเดือนธันวาคมมีน้ำน้อย
ทำให้ลดความสวยลงไปบ้าง

ดอกบัวตองก็มีให้ชมที่บริเวณลานกางเต็นท์




ลานกางเต็นท์ที่กว้างขวางรองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก
แต่ในวันหยุดพิเศษก็แน่นจนหาที่กางเต็นท์กันไม่ได้ก็มีเพราะฉะนั้นก่อนไปควร
โทร.จองที่กางเต็นท์ก่อนดีกว่าครับ ถ้าจะเช่าเต็นท์กมีหลายขนาดให้เลือก





กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเวลาไปเที่ยวภูต่างๆ ก็คือการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกสำหรับพระอาทิตย์ตก อาจรอชมที่ลานกางเต็นท์ก็ได้ ส่วนพระอาทิตย์ขึ้นต้องไปชมที่ผาโหล่นน้อย หรือบนยอดภูเรือ ซึ่งต้องนั่งรถที่มีบริการรับส่ง หรืออาจจะเดินไปก็ได้เหมือนกัน
เช้าวันที่ผมไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นนั้น รออยู่นานพอสมควร ตั้งแต่ฟ้ายังมืดสนิท จนกระทั่งมีแสงระเรื่อๆ เจือทาบท้องฟ้า แต่รออยู่นานก็เห็นแต่ฟ้าส้มๆ เรื่อๆ ไม่เห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นเมฆหมอกมาสักที หลายๆ คนเก็บกล้องเตรียมตัวกลับพร้อมความผิดหวัง ที่จะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเรือ




แต่แล้วก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้น เมื่อหันไปดูก็เห็นพระอาทิตย์สีส้มโผล่ครึ่งบนมาให้ได้ยลโฉม คนที่เก็บกล้องไปแล้วรีบหยิบกล้องออกมาใหม่ ช่วงนี้เสียงกดชัตเตอร์ดังระรัวสนั่นยอดภูเรือ เพราะช่วงเวลาดีสำหรับการถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นนั้นมีไม่มากนัก




เพียงไม่กี่วินาที พระอาทิตย์ก็เริ่มส่องสว่างขึ้น จากดวงกลมๆ สีส้มกลายเป็นสีเหลือง และสว่างจ้าจนไม่สามารถถ่ายได้อีกเมื่อมีแสงสว่างทั่วบริเวณหลังจากนั้นจึงเปลี่ยนไปชมวิวบนยอดภูกันแทน



ป้ายยอดภูเรือ สุดหนาวในสยาม เป็นป้ายที่นักท่องเที่ยวต่างถ่ายภาพร่วมไว้เป็นที่ระลึก 
เพื่อแสดงว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยมาเยือนดินแดนสุดหนาวแห่งนี้แล้ว

                      
บนยอดภูเรือมีพระพุทธรูปให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ส่วนดอกไม้เมืองหนาวที่สีสันของดอกและใบสดใสสวยงามนั้นก็มีเยอะแยะละลานตาไปหมด เฉพาะบนยอดภูนี้ก็ถ่ายรูป
กันอยู่นานทีเดียว กว่าจะได้กลับที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า


 

นอกจากที่พักในส่วนอุทยานแห่งชาติภูเรือแล้ว ยังมีรีสอร์ตอีกหลายแห่งใกล้ๆ ภูเรือ สำหรับผมได้มีโอกาสไปพักที่ ฟลอร่า ฮิลล์ ซึ่งเป็นรีสอร์ตหรู มีห้องประชุมสัมมนาใหญ่โต เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน แต่อยู่ห่างจากภูเรือกว่ารีสอร์ตอื่นๆ สักหน่อย จะอยู่ค่อนไปทางตัวเมืองเลยมากกว่า แต่การเดินทางไปภูเรือก็ไม่นานมาก




       

 



บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ฝั่งตรงข้ามปากทางเข้าภูเรือ เป็นจุดพักรถที่สวยงามมากๆ มีร้าน
สะดวกซื้ออย่างเซเว่นฯ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร รวมถึงห้องน้ำที่สะอาด ก่อนจะไป
ภูเรือหรือกลับจากภูเรืออย่าลืมแวะนะจ๊ะ


ที่มา : http://www.hohew.com/jj/phurua.php


ปฏิทิน